แหล่งรวมเกมส์ชั้นนำ สล็อต คาสิโน บาคาร่า พร้อมระบบล้ำทันสมัย รวดเร็วทันใจ

ทำความเข้าใจ ดอกนมสวรรค์ คืออะไร ?

ดอกนมสวรรค์ คืออะไร

ดอกนมสวรรค์ คืออะไร เป็นชื่อของดอกไม้ชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะสวยงาม มีกลิ่นหอม ด้วยช่อดอกที่ตั้งขึ้นคล้ายฉัตร ทำให้ได้รับความสนใจ จากผู้คนมาอย่างยาวนาน

ที่มาของชื่อนมสวรรค์ และถิ่นกำเนิด

ชื่อ “นมสวรรค์” อาจมาจากลักษณะของดอก ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ และมีกลิ่นหอมละมุน คล้ายดอกมะลิ ทำให้ได้รับการเปรียบเปรย ว่าเป็น สายน้ำนมจากสวรรค์ หรืออาจหมายถึง ความงดงาม และบริสุทธิ์ของดอกไม้ ที่ร่วงหล่นลงมาจากต้น ราวกับพรจากสวรรค์

ซึ่งดอกนมสวรรค์ มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย เมียนมา ไทย จีน เวียดนาม ลาว [1] เป็นต้นไม้ที่มีความเกี่ยวข้อง กับวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ ของหลายประเทศ เนื่องจากมีความสวยงามเด่นชัด จึงได้รับความนิยมในการปลูก เป็นไม้ประดับ 

ลักษณะทั่วไปของดอกนมสวรรค์

  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum paniculatum L. [2]
  • ชื่ออื่นๆ : สาวสวรรค์ เข็มฉัตร ฉัตรฟ้า น้ำนมสวรรค์ พวงพีเหลือง หัวลิง ปิ้งแดง นมหวัน ปรางมาลี
  • ลักษณะต้น : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10 – 20 เมตร ลำต้นตรง เปลือกต้นมีสีเทา หรือน้ำตาลอ่อน ผิวเรียบ เรือนยอดเป็นทรงพุ่มโปร่ง ให้ร่มเงาได้ดี
  • ใบ : ใบเป็นแบบใบประกอบ ขนนกสองชั้น ใบย่อยมีลักษณะรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ หรือหยักเล็กน้อย ใบมีสีเขียวเข้มด้านบน สีเขียวอ่อนด้านล่าง
  • ดอก : ดอกออกเป็นช่อกระจุก ตามปลายกิ่ง ช่อดอกห้อยระย้า ดูอ่อนช้อย ดอกมี สีขาวบริสุทธิ์ ดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ แยกออกจากกัน ปลายกลีบมีลักษณะ คล้ายรูปดาว ก้านดอกยาว และเป็นหลอด ทำให้ดอกดูเรียวยาว
  • ผลและเมล็ด : ผลเป็นฝักแบนยาว ขนาดประมาณ 30 – 35 ซม. เมื่อแก่จะแตกออก มีเมล็ดแบนขนาดเล็กอยู่ภายใน

กลิ่นสัมผัสของดอก เป็นอย่างไร ?

  • กลิ่นหอมละมุนและบางเบา :ไม่ฉุนเกินไป แต่แผ่กระจาย อย่างนุ่มนวลในอากาศ
  • หอมเย็นและบริสุทธิ์ : ให้ความรู้สึกสงบ สดชื่น เป็นธรรมชาติ
  • กลิ่นเด่นในช่วงกลางคืน : ช่วงค่ำถึงเช้า จะเป็นเวลาที่ดอกส่งกลิ่น ออกมามากที่สุด
  • ให้ความรู้สึกโรแมนติก สงบเงียบ : เป็นกลิ่นที่ช่วยให้บรรยากาศ ดูอ่อนโยน และน่าหลงใหล เสมือนกับ รอบรู้ ไวโอเล็ต

ความหมายดอกนมสวรรค์ ในภาษาดอกไม้

ดอกนมสวรรค์ คืออะไร

ดอกไม้ที่งดงาม และเปี่ยมไปด้วยความหมาย เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ ของความรักที่บริสุทธิ์และจริงใจ ความรักที่ไม่ได้มีเงื่อนไข หรือสิ่งใดแอบแฝง แต่เป็นความรักที่มอบให้ จากใจอย่างแท้จริง ดอกไม้ชนิดนี้ยังสะท้อนถึง ความหวัง ให้กำลังใจ คล้ายดั่งแสงสว่างเล็กๆ ที่คอยนำทาง ในยามที่ผู้คน เผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก [3]

ไม่ว่าจะเป็นความรักในเชิงโรแมนติก ความรักระหว่างเพื่อน หรือความรักภายในครอบครัว ดอกนมสวรรค์สะท้อนถึง ความจริงใจ ความเมตตา และความหวังดี ที่มีต่อกัน เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเรียนรู้ ที่จะให้โดยไม่หวังผลตอบแทน พร้อมส่งต่อพลังบวก ให้กับผู้คนรอบข้าง

ต้นนมสวรรค์ มีวิธีปลูกอย่างไร ?

  1. สามารถปลูกต้นนมสวรรค์ได้ 2 วิธีหลัก ได้แก่ เพาะเมล็ด – ใช้เวลานาน แต่ได้ต้นที่แข็งแรงและเจริญเติบโตดี, ปักชำกิ่งหรือตอนกิ่ง – โตเร็วกว่า แต่ต้องใช้กิ่งที่สมบูรณ์
  2. เตรียมดิน ควรใช้ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ที่มีการระบายน้ำดี เลือกสถานที่ ที่มีแดดจัด หรือแดดครึ่งวัน ต้นนมสวรรค์ชอบแสงแดดมาก
  3. รดน้ำวันละครั้ง เช้า – เย็น ในช่วงต้นกล้า พอต้นโตแล้วให้รด 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักทุก 2 – 3 เดือน เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตดี
  4. ควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง เพื่อให้อากาศถ่ายเท และช่วยให้ต้นสมบูรณ์ สุดท้าย ควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ให้อากาศถ่ายเท และช่วยให้ต้นสมบูรณ์

นมสวรรค์ นำไปทำอะไรได้บ้าง ?

  • ใช้เป็นไม้ประดับและให้ร่มเงา : นิยมปลูกตามสวนสาธารณะ ลานวัด หรือบ้านพักอาศัย ให้ร่มเงาดี ต้นสูงโปร่ง ทำให้ลมพัดผ่านสะดวก
  • ใช้ในงานหอมระเหย : นำดอกไปอบแห้งทำถุงหอม หรือใช้ทำ น้ำมันหอมระเหย สามารถนำไปแช่น้ำเพื่อใช้เป็น น้ำอบไทย หรือเติมกลิ่นให้กับเครื่องสำอาง
  • สมุนไพรพื้นบ้าน : ดอก ใช้บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ, ใบ มีฤทธิ์ลดไข้ แก้หวัด, ราก มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายขับลม แก้อาการแน่นท้อง, เปลือกต้น ใช้ทำยาสมานแผล และช่วยรักษาโรคผิวหนัง
  • เครื่องดื่มสมุนไพร : ดอกนมสวรรค์สามารถนำไปตากแห้ง และชงเป็นชาสมุนไพร มีฤทธิ์ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด ทำให้นอนหลับสบาย

สรุป ดอกนมสวรรค์ คืออะไร

สรุป ดอกนมสวรรค์คืออะไร ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย จึงเป็นต้นไม้ที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังมีประโยชน์รอบด้าน เหมาะสำหรับปลูกไว้ในบ้านหรือสวน เพื่อความสวยงาม และสุขภาพที่ดีอีกด้วย

ดอกนมสวรรค์ผลิบาน ช่วงเดือนไหน ?

ดอกนมสวรรค์จะผลิบาน ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเย็นลง จะบานสะพรั่ง และส่งกลิ่นหอมมากที่สุด

รู้หรือไม่ ดอกของมัน ยังใช้ล่อแมลง ?

กลิ่นของดอก ดึงดูดแมลงผสมเกสร เช่น ผีเสื้อกลางคืนและแมลงภู่ นอกจากนี้ น้ำหวานจากดอกยังเป็นแหล่งอาหารสำคัญของผึ้ง ช่วยเพิ่มความหลากหลาย ทางชีวภาพในระบบนิเวศ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง