แหล่งรวมเกมส์ชั้นนำ สล็อต คาสิโน บาคาร่า พร้อมระบบล้ำทันสมัย รวดเร็วทันใจ

เรื่องน่ารู้ ดอกบานเย็น สรรพคุณ

ดอกบานเย็น สรรพคุณ

ดอกบานเย็น สรรพคุณ ดอกไม้สีสันสดใส ที่บานสะพรั่งในช่วงเย็น ในหลายวัฒนธรรม และตำรายาพื้นบ้าน ยังมีการกล่าวถึงสรรพคุณทางยา ที่น่าสนใจของดอกบานเย็นอีกด้วย

ที่มาที่ไปของบานเย็น

ต้นบานเย็นมีถิ่นกำเนิด ในทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบริเวณประเทศเปรู เม็กซิโก หลักฐานทางพฤกษศาสตร์บ่งชี้ว่า มีการปลูกและใช้ประโยชน์ จากต้นบานเย็น มาอย่างยาวนาน ซึ่งอเมริกาใต้ ได้แพร่กระจาย ต้นบานเย็นไปยังส่วนอื่นๆ ของโลก [1]

โดยผ่านการค้าขาย และการเดินทาง ของนักสำรวจชาวยุโรป ในช่วงศตวรรษที่ 16 มีการนำเมล็ด ต้นบานเย็นไปยังทวีปยุโรป ด้วยความสวยงาม และปลูกง่าย ทำให้ต้นบานเย็น ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ในสวนต่างๆ ทั่วยุโรป

ชื่ออื่นๆ ของบานเย็น

นอกจากชื่อ “บานเย็น” แล้ว ต้นไม้ชนิดนี้ ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีก เช่น “ดอกข้าวเย็น” หรือ “ดอกคำเย็น” ซึ่งก็สื่อถึงลักษณะ การบานของดอกในช่วงเย็นเช่นกัน ปัจจุบัน มีการพัฒนาสายพันธุ์ ของต้นบานเย็น ให้มีสีสันและลักษณะดอก ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ลักษณะที่บ่งชี้ ถึงต้นบานเย็น

  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mirabilis jalapa [2]
  • ประเภทของพืช : เป็นไม้พุ่มล้มลุก อายุหลายปี (Perennial) แต่ในบางพื้นที่ อาจขึ้นเป็นพืชฤดูเดียว
  • ลำต้น : ลำต้นเป็นพุ่มขนาดเล็ก ถึงกลาง สูงประมาณ 50 – 100 เซนติเมตร กิ่งก้านแตกแขนงมาก ทำให้มีทรงพุ่มแน่น ลำต้นมีลักษณะ เป็นข้อปล้อง สีเขียวหรือม่วงแดง
  • ใบ : เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน ตามข้อของลำต้น รูปไข่หรือรูปหัวใจ ปลายแหลม ขอบเรียบ สีเขียวเข้ม ผิวเรียบและเป็นมัน
  • ดอก : ออกดอกเป็นช่อ ที่ปลายกิ่ง รูปทรงคล้ายปากแตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 – 5 เซนติเมตร มีหลายสี เช่น ชมพู แดง ม่วง ขาว เหลือง หรืออาจมีสองสี ในดอกเดียว
  • ผลและเมล็ด : ผลมีขนาดเล็ก สีเขียวตองอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีดำ เมื่อแก่ มีเปลือกแข็ง รูปร่างคล้ายถั่วดำ ขยายพันธุ์ได้ง่าย เพียงผ่านเมล็ด
  • ราก : มีรากแก้วขนาดใหญ่ สะสมอาหารได้ดี สามารถฟื้นตัวได้ แม้ถูกตัด หรือขุดขึ้นจากดิน

การเจริญเติบโตของบานเย็น เป็นอย่างไร

ดอกบานเย็น สรรพคุณ

ต้นบานเย็น เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ง่าย รวดเร็ว โดยสามารถปรับตัว เข้ากับสภาพแวดล้อม ที่หลากหลาย แม้ในดิน ที่ไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ก็ตาม ลักษณะการเจริญเติบโต ของบานเย็น เริ่มต้นจากเมล็ด ที่มีเปลือกแข็ง เมื่อได้รับน้ำ และความชื้นที่เหมาะสม เมล็ดจะงอกภายใน 1 – 2 สัปดาห์

และเจริญเติบโต เป็นต้นอ่อน ที่มีใบคู่แรก เป็นใบเลี้ยงขนาดเล็ก ก่อนที่ใบจริง จะเริ่มพัฒนา ขยายตัวช่วงเวลาการออกดอกของบานเย็น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม โดยมักจะเริ่มออกดอก หลังจากอายุประมาณ 2 – 3 เดือน ดอกของบานเย็น จะบานในช่วงเย็น และหุบในตอนเช้า

เนื่องจากมีการตอบสนอง ต่อแสงแดด หลังจากดอกร่วง ผลจะเริ่มพัฒนา และแก่เต็มที่ ภายในเวลาไม่นาน โดยผลของบานเย็น มีลักษณะเป็นเมล็ดเดี่ยว เปลือกแข็ง สีดำ ซึ่งสามารถเก็บไป เพาะพันธุ์ต่อได้

ที่มา: วิธีปลูกและดูแล บานเย็น [3]

ดอกบานเย็น เพาะพันธุ์แบบไหน ?

เพาะเมล็ด (วิธีที่ง่ายและนิยมมากที่สุด)

เก็บเมล็ดจากต้นที่แก่เต็มที่ (เมล็ดจะมีสีดำและเปลือกแข็ง)

แช่เมล็ดในน้ำอุ่น 12 – 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้เมล็ดงอกง่ายขึ้น

เตรียมดินร่วนซุย หรือใช้ดินผสมปุ๋ยคอก และทราย เพื่อให้ระบายน้ำดี

หว่านเมล็ดลงไปในกระถาง หรือแปลงดิน แล้วกลบด้วยดินบางๆ

ข้อดีของการเพาะเมล็ด

  • ทำได้ง่าย สะดวก และได้ต้นกล้าจำนวนมาก
  • มีโอกาสเกิดดอก ที่มีสีสันหลากหลาย ไม่เหมือนต้นแม่

ปักชำราก (เหมาะสำหรับการขยายพันธุ์ที่เร็วขึ้น)

ขุดต้นบานเย็น ที่โตเต็มที่ขึ้นมา แล้วเลือก รากที่แข็งแรง สมบูรณ์

ตัดรากเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 5 – 10 เซนติเมตร

ปักลงในดินที่เตรียมไว้ แล้วกลบดินให้แน่น

รดน้ำให้ชุ่ม และวางในที่ร่มรำไร รอให้แตกยอดใหม่

เมื่อรากเริ่มเดิน และมีใบใหม่ สามารถย้ายปลูกลงแปลง หรือกระถางได้

ข้อดีของการปักชำราก

  • โตเร็ว เพราะใช้รากจากต้นแม่ที่แข็งแรง
  • ได้ต้นใหม่ ที่เหมือนต้นแม่ ทุกประการ

สรรพคุณดอกบานเย็น มีอะไรบ้าง ?

ดอกบานเย็นมีสรรพคุณทางยาหลายอย่าง โดยส่วนต่างๆ ของต้น สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ดังนี้

  • ดอก : ใช้ทำสีผสมอาหารสีแดงเข้ม และมีสรรพคุณ แก้อาเจียนเป็นเลือด
  • ใบ : กินสุกได้ (แต่ควรกินเมื่อจำเป็นเท่านั้น) ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ รักษากลากเกลื้อน ฝีหนอง แผลเรื้อรัง
  • ใบ : กินสุกได้ (แต่ควรกินเมื่อจำเป็นเท่านั้น) ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ รักษากลากเกลื้อน ฝีหนอง แผลเรื้อรัง

สรุป ดอกบานเย็น สรรพคุณ

สรุป ดอกบานเย็นสรรพคุณ เป็นดอกไม้ที่มีประวัติยาวนาน ตั้งแต่ยุคอาณานิคม ได้รับการยกย่องทั้งในด้านความสวยงาม กลิ่นหอม และประโยชน์ทางสมุนไพร คล้ายกับดอก พุทธชาดสามสี คืออะไร

บานเย็น มีข้อควรระวังอะไร ?

เมล็ดของบานเย็นมีพิษ หากรับประทานเข้าไป อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะอาจทำให้เกิด อาการแพ้ในบางคน

สายพันธุ์ยอดนิยม คือสายพันธุ์ใด

สายพันธุ์ยอดนิยมของต้นบานเย็น ได้แก่ พันธุ์ดอกใหญ่สีสด เช่น พันธุ์สีชมพู และ พันธุ์ดอกสองสี ที่มีสีชมพู – ขาว, เหลือง – แดง

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง