แหล่งรวมเกมส์ชั้นนำ สล็อต คาสิโน บาคาร่า พร้อมระบบล้ำทันสมัย รวดเร็วทันใจ

ทำความรู้จัก ดอกฟลอกซ์ ดอกไม้แห่งมิตรภาพ

ทำความรู้จัก ดอกฟลอกซ์

ทำความรู้จัก ดอกฟลอกซ์ ดอกไม้เล็กๆ นับร้อยนับพัน รวมตัวกันเป็นช่อใหญ่ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้หลงใหล นั่นคือเสน่ห์ของดอกฟลอกซ์ มีเรื่องราวความน่าสนใจในบทความนี้

เล่าถึงเรื่องราวดอกฟลอกซ์

ต้นกำเนิดของดอกฟลอกซ์ มาจากอเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ โดยคำว่า Phlox มาจากภาษากรีก “φλόξ” (phlox) ที่แปลว่า เปลวไฟ หรือ ไฟ เนื่องจากสี ของดอกฟลอกซ์บางชนิด มีสีแดงสดเหมือนเปลวไฟ การตั้งชื่อดอกฟลอกซ์ จึงสะท้อนถึงความสดใส และความโดดเด่น ของสีดอกไม้ [1]

ที่มักจะสะท้อนแสงแดด ดึงดูดความสนใจได้ง่าย ดอกฟลอกซ์เริ่มเป็นที่รู้จัก ในวงการพฤกษศาสตร์ ในช่วงปี 1701 – 1800 เมื่อมันได้รับการสำรวจ และนำเข้ามาจาก อเมริกาเหนือไปยังยุโรป โดยนักพฤกษศาสตร์ชาวยุโรป ที่สนใจศึกษาพืชพันธุ์ใหม่ๆ ที่มาจากอเมริกา ดอกฟลอกซ์ได้รับความนิยม ในยุโรปอย่างรวดเร็ว

ลักษณะดอกฟลอกซ์

  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phlox drummondii [2]
  • ดอก : ดอกฟลอกซ์มีขนาดเล็ก รูปทรงคล้ายดาว หรือแฉกห้าแฉก แต่ละดอกมี 5 กลีบ ที่มักจะเรียบมีขอบหยักเล็กน้อย ดอกมักออกเป็น ช่อแน่น ทำให้ดูโดดเด่น เมื่อบานพร้อมกัน
  • สี : สีของดอกมีหลากหลาย เช่น ชมพู ม่วง แดง ขาว ฟ้า และสองสีผสมกัน
  • ลำต้น : ฟลอกซ์มีทั้งชนิดไม้ล้มลุก และไม้ยืนต้น ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์
  • ใบ : ใบเป็นรูปหอกหรือรูปไข่ ปลายแหลม สีเขียวสด มักขึ้นตรงข้ามกันบนลำต้น

ฟลอกซ์แบ่งออก เป็นกลุ่มใหญ่ 2 ชนิด

  1. Phlox paniculata เป็นชนิดที่มีความสูง ออกดอกเป็นช่อใหญ่ มักพบในสวน เป็นพันธุ์ที่นิยมมากที่สุด ดอกมีหลากหลายสี เช่น ชมพู, ขาว, แดง, ม่วง และบางสายพันธุ์ มีลวดลายหรือสีผสม
  2. Phlox subulata เป็นพันธุ์ที่เติบโต เป็นพืชคลุมดิน หรือพืชพันธุ์ต่ำ ใช้ในการคลุมดิน และมักปลูกในสวนหิน หรือบริเวณ ที่ต้องการสีสัน ในฤดูใบไม้ผลิ ดอกมีสีสดใส เช่น ชมพู, ม่วง, ขาว และแดง ฟลอกซ์ชนิดนี้ มักบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

นอกจากสองชนิดหลักนี้แล้ว ยังมี ฟลอกซ์พันธุ์อื่นๆ ที่อาจพบได้ตามธรรมชาติ หรือผ่านการเพาะพันธุ์ เช่น

  • Phlox drummondii (Annual Phlox) ฟลอกซ์ที่มีลักษณะเป็นพืชประจำปี หรือที่ปลูกแล้ว ตายไปในปีเดียว มักใช้เป็นไม้ดอกประดับสวนในฤดูร้อน
  • Phlox stolonifera (Creeping Phlox) พันธุ์ที่สามารถเติบโตได้ ในบริเวณที่มีร่มเงาบางส่วน และมีดอกสีนุ่มๆ ที่สวยงาม

ดอกฟลอกซ์ความหมาย ที่อยู่ภายใน

ทำความรู้จัก ดอกฟลอกซ์

มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับ ความรักที่มั่นคง ความสามัคคี และ ความเป็นมิตร โดยเฉพาะเมื่อมันเติบโต เป็นพุ่มหนาแน่น และออกดอกเป็นช่อ ในช่วงเดียวกัน มันจึงสื่อถึงความสัมพันธ์ ที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน ดอกฟลอกซ์มักถูกมองว่า เป็นสัญลักษณ์ของ ความรักที่สดใส และ ความพากเพียร ในการรักษาความสัมพันธ์ [3]

วิธีปลูกดอกฟลอกซ์ ด้วยวิธีใด ?

  1. ควรเลือกพื้นที่ ที่ไม่ค่อยมีลมแรงเกินไป เพราะฟลอกซ์บางพันธุ์ อาจจะล้มได้หากมีลมแรง ต้องการแสงแดดจัดประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ดอกออกอย่างเต็มที่
  2. ขุดหลุมให้ลึกประมาณ 15 – 20 ซม. และกว้างพอที่จะปลูกได้ ปรับดินให้มีความร่วนซุย โดยการผสมปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก เป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน
  3. ฟลอกซ์ต้องการน้ำมาก ในช่วงที่มันเริ่มโต และออกดอก แต่ไม่ควรปล่อย ให้ดินแฉะเกินไป เพราะอาจทำให้รากเน่าได้ อย่าลืมใส่ปุ๋ย ที่มีส่วนผสมของไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, และโพแทสเซียม

ระวังปัญหาที่อาจพบ เช่น ฟลอกซ์บางชนิด อาจได้รับผลกระทบ จากแมลง เพลี้ยไฟ และมอดใบ ควรตรวจสอบใช้ยาฆ่าแมลง หากจำเป็น , ฟลอกซ์อาจประสบปัญหา จากโรคใบจุด หรือโรครากเน่า

ฟลอกซ์นิยมไปทำอะไรบ้าง ?

  • ถูกใช้ในการตกแต่งสวน เพราะมีสีสันสดใส และการออกดอกที่สวยงาม ซึ่งสามารถปลูกเป็นพุ่ม หรือปลูกเป็นแนว เพิ่มความสวยงามให้กับสวน
  • ดอกฟลอกซ์นิยมนำมาจัด เป็นช่อดอกไม้ สำหรับโอกาสต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานวันเกิด วันแม่ วันครบรอบ และงานแสดงความยินดี
  • งานงานศิลปะ หรือการประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็น การทำการ์ด หรืองานฝีมือ ที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้
  • พืชที่สามารถขยายพันธุ์ได้ง่าย ผ่านการเพาะเมล็ด หรือการปักชำ ซึ่งทำให้มันเป็นพืช ที่นิยมปลูกในสวน เพื่อขยายพันธุ์ ทำการปลูกเพิ่มที่หลากหลาย

สรุป ทำความรู้จัก ดอกฟลอกซ์

สรุป ทำความรู้จัก ดอกฟลอกซ์ มีหลายชนิดให้เลือกชม นิยมนำไปใช้ในการที่มงคล เพราะมีความหมายโดยรวมที่สมบูรณ์ หากใครได้รับ ก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับ ประวัติ ดอกไลแลค

กลิ่นดอกฟลอกซ์ มีกลิ่นอย่างไร ?

กลิ่นของดอกฟลอกซ์ ค่อนข้างหอมอ่อนๆ และมีความหวานละเอียด เหมือนกับกลิ่นดอกไม้ ในฤดูร้อนที่สดชื่น มันไม่แรงจนเกินไป แต่จะให้ความรู้สึกนุ่มนวล ดึงดูด น่าค้นหา

ต้นฟลอกซ์ ใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะโต ?

ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 เดือน ในการเติบโต และเริ่มออกดอก หลังจากการปลูก หากปลูกจากเมล็ด อาจใช้เวลานานกว่านั้น ประมาณ 4 – 6 เดือน สำหรับการเจริญเติบโตเต็มที่ โดยจะมีการออกดอก ในช่วงฤดูร้อน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง