
โรสแมรี่ ใช้ทำอะไร คำตอบอยู่ที่นี่!
- No-R
- 16 views
โรสแมรี่ ใช้ทำอะไร เป็นพืชที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ มีการนำมาใช้ประโยชน์ อย่างหลากหลาย ตั้งแต่สมัยโบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้ปรุงอาหาร แต่งกลิ่น หรือแม้แต่ใช้เป็นยาสมุนไพร
โรสแมรี่มีถิ่นกำเนิด อยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งครอบคลุม ยุโรปตอนใต้ แอฟริกาเหนือ และเอเชียตะวันตก [1] โดยเฉพาะในประเทศที่ มีภูมิอากาศอบอุ่นและแห้ง เช่น สเปน, อิตาลี, กรีซ, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส, ตุรกี, โมร็อกโก
ปัจจุบัน โรสแมรี่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก และมีการปลูกในหลายประเทศ มีสภาพอากาศคล้ายคลึงกัน รวมถึงในบางพื้นที่ของ อเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชีย
กลิ่นของโรสแมรี่ สามารถจดจำได้ง่าย เพราะมีความหอมสดชื่น แบบสมุนไพรที่โดดเด่น เมื่อขยี้ใบ หรือสัมผัสต้น จะปล่อยกลิ่นที่แฝง ไปด้วยความอบอุ่น และความสดชื่น ในเวลาเดียวกัน
หากเปรียบเทียบกับสมุนไพรอื่นๆ โรสแมรี่มีความหอม ที่แตกต่างจากโหระพา หรือสะระแหน่ กลิ่นของมันมีลักษณะคล้าย กลิ่นไม้สน ผสมกับกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ ให้ความรู้สึกเผ็ดร้อน และสดชื่นในแบบเมดิเตอร์เรเนียน
องค์ประกอบของกลิ่นโรสแมรี่
ในหลายวัฒนธรรม โรสแมรี่เป็นพืชที่เกี่ยวข้องกับ ความทรงจำ และการระลึกถึงผู้ที่จากไป ในสมัยกรีก -โรมันโบราณ ผู้คนนิยมใช้กิ่งโรสแมรี่ในพิธีศพ โดยวางไว้บนโลงศพ หรือเผาร่วมกับผู้เสียชีวิต เพื่อเป็นเครื่องหมาย ของการระลึกถึง พร้อมให้เกียรติ
แต่ยังมีความเชื่อว่า กลิ่นของโรสแมรี่ สามารถช่วยเสริมสร้างความจำ ให้กระตุ้นสมอง ทำให้มีการใช้ใบของมัน ในสมัยก่อน เพื่อช่วยให้นักเรียน หรือผู้ที่ต้องใช้ความคิดจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น ซึ่งความหมาย อาจคล้ายคลึงกับ ดอกนมสวรรค์ คืออะไร
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ต้องการเพาะต้นใหม่จากศูนย์ แม้ว่าวิธีนี้จะใช้เวลานาน แต่ช่วยให้ได้ต้นที่แข็งแรง
ข้อดี : ได้ต้นที่แข็งแรง และเจริญเติบโต ไปตามธรรมชาติ
ข้อเสีย : ใช้เวลานาน เปอร์เซ็นต์การงอกต่ำ เมื่อเทียบกับการปักชำ
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ต้องการปลูกโรสแมรี่ แบบรวดเร็ว และได้ต้นที่เจริญเติบโตเร็วกว่าเมล็ด
ข้อดี : ง่ายและได้ต้นใหม่เร็ว
ข้อเสีย : หากดินชื้นเกินไป อาจทำให้กิ่งเน่าได้
สรุป โรสแมรี่ ใช้ทำอะไร ด้วยความที่เป็นพืชที่ดูแลง่าย มีกลิ่นหอม และมีประโยชน์หลากหลาย โรสแมรี่จึงเป็นที่นิยมปลูกทั้งในสวน และกระถาง รวมถึงใช้ในอาหาร สมุนไพรทั่วโลก
อาจใช้เวลาประมาณ 6 – 12 เดือน ในการเจริญเติบโต จนพร้อมเก็บเกี่ยว โดยจะเติบโตเร็วที่สุด เมื่อปลูกในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น แสงแดดเต็มที่ และดินระบายน้ำดี
มีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับขนาด และสายพันธุ์ของต้นไม้ ต้นขนาดเล็กในกระถาง 5.5 – 6 นิ้ว ราคาประมาณ 120 บาท ขณะที่ต้นขนาดใหญ่ ขึ้นในกระถาง 8 นิ้ว ราคาประมาณ 150 บาท